![]() |
| วิธีใช้ Schema Markup : เทคนิคทำให้บทความติด [Rich Snippets] และเพิ่ม CTR |
สวัสดีครับเพื่อน ๆ Publisher ทุกท่าน! เราได้พูดถึงการทำ On-Page SEO ที่ยอดเยี่ยมไปแล้ว แต่หากคุณต้องการให้บทความของคุณโดดเด่น เหนือคู่แข่งที่ติดอันดับใกล้ ๆ กัน คุณต้องใช้เทคนิคที่เรียกว่า Schema Markup หรือ Structured Data ครับ
Schema Markup คือโค้ดพิเศษที่เราใส่เข้าไปใน HTML เพื่อบอก Google โดยตรงว่า "บทความนี้คือรีวิว", "บทความนี้คือสูตรอาหาร", หรือ "บทความนี้คือ Q&A" ซึ่งจะทำให้ Google แสดงผลลัพธ์ที่ดึงดูดสายตา (Rich Snippets) ในหน้าค้นหา และเพิ่ม อัตราการคลิก (CTR) เข้าสู่บล็อกของคุณอย่างมาก
🔑 Schema Markup ทำงานอย่างไร? (จาก SERP สู่บล็อกเกอร์)
การใช้ Schema ช่วยให้คุณได้พื้นที่โฆษณาฟรีบนหน้าผลการค้นหา:
- สร้าง Rich Snippets: เมื่อ Google เข้าใจโครงสร้างบทความของคุณผ่าน Schema จะแสดงผลเป็นกล่องที่มีองค์ประกอบพิเศษ เช่น รูปดาวเรตติ้ง (Review Schema), หรือคำตอบสั้น ๆ (FAQ Schema)
- เพิ่ม CTR: ข้อมูลที่แสดงผลแบบ Rich Snippet นั้นดึงดูดสายตามากกว่าลิงก์สีน้ำเงินทั่วไป ทำให้ผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะคลิกบทความของคุณสูงขึ้น
- เสริม Topical Authority: การใช้ Schema ที่ถูกต้องเป็นสัญญาณของเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือสูง
ศัพท์เทคนิค: CTR (Click-Through Rate)
CTR คือ อัตราการคลิกผ่าน (จำนวนคนที่คลิกหารด้วยจำนวนคนที่เห็น) ในบริบทของ SEO ยิ่งบทความของคุณติดอันดับสูง หรือมี Rich Snippets ที่ดึงดูดใจมากเท่าไหร่ ค่า CTR ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
🛠️ 2 Schema ที่ Publisher ควรติดตั้งบน Blogger
คุณสามารถติดตั้งโค้ด JSON-LD (รูปแบบโค้ด Schema ที่ได้รับความนิยมสูงสุด) เข้าไปในเทมเพลตของ Blogger ได้อย่างง่าย ๆ (โดยเฉพาะในหน้าบทความ):
1. Article Schema (Schema บทความ)
ประโยชน์: บอก Google ว่าเนื้อหานี้คือบทความข่าว บทความ Blog หรือบทความเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้ Google จัดทำดัชนีและแสดงผลในส่วนของ "บทความเด่น" ได้ง่ายขึ้น
💡 สำคัญต่อ E-E-A-T: การระบุชื่อผู้เขียนในโค้ด Schema มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการบอก Google ว่าใครคือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังคอนเทนต์
ศัพท์เทคนิค: E-E-A-T (ปัจจัยชี้วัดความน่าเชื่อถือของ Google)
E-E-A-T ย่อมาจาก Experience, Expertise, Authoritativeness, and Trustworthiness (ประสบการณ์, ความเชี่ยวชาญ, ความน่าเชื่อถือ, และความไว้วางใจ)
- บทบาท: Google ใช้ปัจจัยนี้ในการประเมินคุณภาพของคอนเทนต์และตัวตนของผู้เขียน โดยเฉพาะใน Niche ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการเงิน
- ความสำคัญ: การใส่ชื่อผู้เขียนใน Schema Markup และการสร้างคอนเทนต์ที่แสดงความเชี่ยวชาญอย่างชัดเจน เป็นการช่วยเสริมคะแนน E-E-A-T ให้กับเว็บไซต์ของคุณโดยตรงครับ
2. FAQPage Schema (Schema คำถาม/คำตอบ)*
ประโยชน์: หากคุณมีส่วน Q&A (คำถามที่พบบ่อย) ในบทความ เมื่อคุณใส่ Schema นี้ Google อาจแสดงคำตอบเหล่านั้นลงในหน้าค้นหาโดยตรง ทำให้คุณได้พื้นที่โฆษณาขนาดใหญ่บน SERP และเพิ่ม CTR
ข้อแนะนำ: หลังจากติดตั้งโค้ด Schema แล้ว อย่าลืมใช้ Rich Results Test Tool ของ Google Search Console เพื่อตรวจสอบว่าโค้ดของคุณถูกต้องก่อนเผยแพร่
🛠️ วิธีติดตั้งโค้ด JSON-LD Article Schema ในเทมเพลต Blogger
สิ่งที่คุณต้องทำ: คุณต้องคัดลอกโค้ด JSON-LD ไปวางในส่วน Theme HTML ของคุณ ก่อนแท็ก </head> ปิดท้าย เท่านั้น
ขั้นตอนการติดตั้ง (วางโค้ดก่อน </head>):
- ไปที่ Blogger > Theme (ธีม) > คลิก Edit HTML
- ใช้ Ctrl+F (หรือ Cmd+F) เพื่อค้นหาแท็กปิด </head>
- คัดลอกโค้ดด้านล่างนี้ ไปวางไว้ ทันทีก่อนแท็ก </head> นั้น
<b:if cond='data:view.isPost'> <script type="application/ld+json"> { "@context": "https://schema.org", "@type": "Article", "headline": "<data:blog.pageName/>", "author": { "@type": "Person", "name": "YOUR NAME HERE" }, "datePublished": "<data:post.date.iso8601/>", "description": "<data:blog.metaDescription/>" } </script></b:if>
ข้อสำคัญ: คุณต้องเปลี่ยน "YOUR NAME HERE" ในโค้ดด้านบนให้เป็นชื่อผู้เขียนบทความนั้นของคุณด้วยครับ
⭐ สรุป: การทำ SEO ที่มองเห็นได้จริง
สรุป: Schema Markup คือเทคนิคที่ทำให้ SEO ของคุณโดดเด่นและมองเห็นได้จริง การใช้เวลาเรียนรู้การติดตั้ง JSON-LD เพียงเล็กน้อย จะช่วยให้คุณสามารถดึง Traffic คุณภาพสูงเข้าสู่บล็อกของคุณได้มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการทำเงินจาก Ad Network ที่คุณใช้อยู่ครับ
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง: เสริมความแข็งแกร่งด้าน SEO!
(คลิกเพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง และเสริมความแข็งแกร่งของ SEO ภายในบล็อก)
