Hot Posts

6/recent/ticker-posts

กำไร 2 ต่อ! กลยุทธ์ Ad Arbitrage การใช้ 2 เครือข่ายโฆษณา พร้อมกัน เพื่อดึงรายได้ สูงสุด

 การใช้ 2 เครือข่ายโฆษณา พร้อมกัน เพื่อดึงรายได้ สูงสุด


สวัสดีครับเพื่อน ๆ Publisher ทุกท่าน! หากคุณเคยทำเงินจากเครือข่ายโฆษณาอยู่แล้ว คุณน่าจะรู้ว่าราคา CPM ของแต่ละเครือข่ายจะผันผวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะเสียโอกาสทำเงินไปอย่างน่าเสียดาย หากโฆษณาที่แสดงผลนั้นไม่ใช่ ิ ในขณะนั้น

เทคนิคที่ Publisher มืออาชีพใช้ในการแก้ปัญหานี้คือ Ad Arbitrage หรือ การจัดสรร Traffic โฆษณา โดยใช้โค้ดโฆษณาจากหลายเครือข่ายพร้อมกัน (เช่น ExoClick และ Adsterra) เพื่อให้มั่นใจว่าโฆษณาที่ถูกแสดงผลนั้นคือโฆษณาที่จ่ายเงินให้คุณมากที่สุดครับ บทความนี้จะสอนวิธีการตั้งค่าแบบง่าย ๆ ครับ


🔑 หลักการทำงานของ Ad Arbitrage และ Fallback

ในบริบทของเรา Ad Arbitrage คือการใช้ประโยชน์จากระบบ Real-Time Bidding (RTB) ของเครือข่ายโฆษณา โดยมีหลักการคือ:

  • เครือข่าย A (Primary): ให้โฆษณาที่จ่าย CPM สูงในช่วง Peak Time (เช่น ตอนเย็น)
  • เครือข่าย B (Fallback/Backup): ให้โฆษณาที่จ่าย CPM ต่ำกว่า แต่มี Fill Rate 100% (เช่น Pop-Under หรือ Smartlink)

กลไกที่ต้องการคือ: หากเครือข่าย A หาโฆษณามาแสดงไม่ได้ (หรือจ่ายต่ำ) ระบบจะสลับไปเรียกโค้ดโฆษณาจากเครือข่าย B ทันที เพื่อไม่ให้พื้นที่โฆษณาของคุณว่างเปล่า


🛠️ คู่มือตั้งค่า: การทำ Header Bidding แบบง่าย

วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการใช้ โค้ดสำรอง (Fallback Code) ซึ่งเครือข่ายโฆษณาชั้นนำส่วนใหญ่อนุญาตให้ตั้งค่าได้:

1. กำหนดเครือข่ายสำรอง (Fallback Network)

เลือกเครือข่ายที่มี Fill Rate 100% และมี CPM ต่ำกว่าเครือข่ายหลักของคุณเล็กน้อย (เช่น เลือก Pop-Under จาก Adsterra หรือ Mondiad)

2. ก๊อปปี้โค้ดสำรอง (Fallback Code)

ไปที่แดชบอร์ดของเครือข่ายสำรอง (เช่น Adsterra) และสร้างโค้ดโฆษณา Pop-Under หรือ Native Ad ขึ้นมา

3. ฝังโค้ดสำรองในเครือข่ายหลัก

ไปที่แดชบอร์ดของเครือข่ายหลัก (เช่น ExoClick) ในส่วนของการสร้าง Ad Zone หรือ Banner Code จะมีช่องให้ใส่ "Fallback Code" หรือ "Backup URL"

เมื่อคุณใส่โค้ด Adsterra เข้าไปในช่อง Fallback ของ ExoClick ระบบจะทำงานดังนี้: ExoClick (หลัก) > ถ้าหาโฆษณาจ่ายสูงไม่ได้ > แสดงโฆษณาจาก Adsterra (สำรอง) แทน


⭐ การประเมินผล: ใครคือผู้จ่ายสูงสุดที่แท้จริง?

หลังจากตั้งค่า Arbitrage แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือ:

  • เปรียบเทียบรายงาน: ดูรายงานสถิติของทั้งสองเครือข่ายเพื่อตรวจสอบว่าโดยรวมแล้ว ใครคือผู้จ่ายสูงสุดที่แท้จริง
  • ทำ Whitelist/Blacklist: ใช้เทคนิค Blacklisting ที่เราเคยพูดถึง เพื่อบล็อก Source ที่จ่าย CPM ต่ำในเครือข่ายหลัก แล้วปล่อยให้เครือข่ายสำรองจัดการ Traffic ที่เหลือนั้นแทน

สรุป: Ad Arbitrage คือการทำให้เครือข่ายโฆษณาแข่งขันกันเองเพื่อจ่ายเงินให้คุณสูงสุดในทุกการแสดงผล หากคุณใช้ Adsterra และ ExoClick ร่วมกัน คุณจะปลดล็อกรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ


💸 เริ่มต้นกลยุทธ์ Ad Arbitrage วันนี้!

คลิกสมัครทั้งสองแห่ง เพื่อทดสอบว่าใครคือผู้จ่ายสูงสุดสำหรับ Traffic ของคุณ

(ลิงก์ Affiliate: การสมัครใช้งานผ่านลิงก์นี้เป็นการสนับสนุนในการทำบทความดีๆ ต่อไปครับ)